เมื่อวานแม่ครัวเปื่อยค่ะ (ป่วย) ไม่อยากกระดิกกระเดี้ยตัวไปไหนเลยจริงๆ แต่พอดีรับปากคุณป้าข้างบ้านไว้ว่า จะไปช่วยเตรียมของที่เค้าจะเอาไปเลี้ยงโรงทาน เคยคุยกันมาหลายวันแล้ว พอถึงวันที่จะต้องไปช่วยเค้าจริงๆ เรากลับมาป่วย แต่เราก็ไปอยู่ช่วยเค้าทำโน่นทำนี่อยู่เกือบทั้งวัน เรากินข้าวจากบ้านไปแค่มื้อเช้ามื้อเดียวเอง มันรู้สึกไม่หิวอะไรเลยรู้อย่างเดียวว่าเพลีย และง่วงมาก พอกลับเข้าบ้านก็เย็นมากแล้ว กะว่าจะไม่ทานอะไรแล้วจะอาบน้ำเข้านอนเลย แต่พอกลับถึงบ้าน ที่บ้านทำเมี่ยงปลาทูให้ทาน รสชาติช่างเหมาะกับคนป่วยซะจริงๆ  เราเลยซัดซะจนอิ่มแปล้เลยค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม
ปลาทูนึ่ง2 ตัว
เส้นขนมจีน (ก็ไม่รู้เท่าไหรเหมือนกันค่ะ เอาตามชอบก็แล้วกัน )
ถั่วตัด 1/2 แผ่น
พริกขี้หนูประมาณ 20-25 เม็ด
กระเทียมไทย 10-15 กลีบ
น้ำมะนาว  3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำต้มสุก  2 ช้อนโต๊ะ
ผักกาดหอม (ตามชอบ)
ผักสดเครื่องเคียง สาระแหน่ ผักชีฝรั่ง ผักชี ผักไผ่ โหระพา ขิง มะนาว มะเขือเทศ หอมแดง(เท่าๆ ที่กะได้ด้วยสายตาน่าจะมีแค่นี้ แต่ถ้าบ้านใครมีอะไรมากกว่านี้ก็เพิ่มได้ตามชอบค่ะ)

วิธีทำเมี่ยงปลาทู
– ก่อนอื่นต้องนำผักกาดหอม และผักสดเครื่องเคียงที่จะใช้ทั้งหมดไปล้างน้ำให้สะอาด ส่วนขิง หอมแดง มะนาว และมะเขือเทศ ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอดีเตรียมไว้

– ส่วนปลาทูนึ่งก็นำไปทอดให้สุกเหลือง (ถ้าจะให้ดีเอาไปปิ้งไฟ หรืออบกับเตาอบไฟฟ้าก็จะปลอดพวกไขมันดีค่ะ) หรือใครอาจจะใช้ปลาซาบะ ปลาเผา หรือหมูปิ้ง หมูทอดก็ได้ตามชอบและตามความสะดวกได้เลยค่ะ

– เส้นขนมจีนแถวบ้านเราจะเป็นเส้นขนมจีนเส้นเล็กๆ น่าทานมากค่ะ แต่หากหาเส้นขนมจีนไม่ได้ก็ลวกเส้นหมี่ขาวไวไว แทนก็ได้ค่ะ

– ทีนี้ก็มาทำน้ำจิ้มกันค่ะ (รู้ใจซะด้วยว่าเราชอบน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตรนี้)

– เอาถั่วตัดใส่ครกตำให้แหลก (แต่ไม่ต้องละเอียดมากนัก)

– ใส่กระเทียม และพริกขี้หนูลงไปตำ

– เสร็จแล้วตักขึ้นใส่ถ้วย ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำมะนาว (ถ้าใช้ถั่วตัดแบบของบ้านเราก็ไม่ต้องใส่น้ำตาล เพราะในถั่วตัดจะมีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่แล้ว)

– เติมน้ำอุ่นลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ชิมรส (อาจปรุงรสเพิ่มได้ตามชอบค่ะ) แค่นี้ก็ได้น้ำจิ้มซีฟู๊ดแสนอร่อยเอาไว้ทานกับเมี่ยงปลาทูแล้วค่ะ

– พอเครื่องเคียงเมี่ยงปลาทูเรียบร้อยแล้วก็จัดใส่จานยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

เวลาทานก็เด็ดผักกาดหอมเป็นใบๆ แล้วจัดเครื่องเคียงใส่ลงไป เหยาะด้วยน้ำจิ้มรสแซ่บ แค่นี้ก็อร่อยแล้วค่ะ (ตอนที่นั่งพิมพ์อยู่นี้ก็ยังรู้สึกน้ำลายสอเลย อยากกินอีกง๊าาาาา)

เมี่ยงปลาทู